[BT] เหตุผล

posted on 03 Mar 2009 21:29 by orb01 in BT

 

(เอนทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของโปรเจ็กบลอดเวน) 

 

 

 

 


"...ส..สวัสดีครับ?"

 

 

 

 

"ฮัลโหล? หา.. นั่นใครน่ะ?" ผมพูดเสียงงัวเงียได้ที่ นอนอยู่บนเตียง โทรศัพท์วางแนบอยู่บนหู ผมพยายามปรับเสียงให้เหมือนคนธรรมดาๆคุยกัน แต่ยังไงก็เหมือนขี้เมาเพิ่งตื่นอยู่ดี

"อ่ะ...เอ๋? ก..ก็คุณเป็นคนโทรมานะครับ!" เสียงปลายทางพูดกลับมาตะกุกตะกัก ห๊ะ...แล้วผมจะไปโทรหาใครได้ ถ้าผมหลับอยู่

 

 

"หา...ฮัดเช่ย!!" ผมพยายามจะพูดอะไรสักอย่างตอบกลับไป แต่พอจามออกมาดันลืมหมด ผมขยี้ตาเผื่อจะช่วยให้ตาสว่างมากขึ้น "งือ...งั้นเรอะ...แล้วฉันจะโทรไปไหนทำไมกัน? นี้กี่โมงแล้วเนี่ย?" ผมคุยกับคนในโทรศัพท์ต่อ

"เอ่อ....ตี 4 กว่าๆแล้วครับ...แล้ว เอ่อ...น..นั้น คุณกรใช่มั้ยครับนั้น" เสียงนั้นเลิ่กลั่กกว่าเก่า ห๊ะ..ผมยันตัวเองลุกขึ้นนั่งอย่างเนือยๆ เสียงแบบนี้..


"ฮัดเช่ย!!" จามตัดหน้าตัวเองไปหนึ่งครั้ง "ชาร์ลี? ชาร์ลีนายเองเรอะ ฮ่าๆ ก็นึกว่าใคร แล้วโทรมาทำไมตั้งแต่เช้า?" ผมฟังดูดีๆอีกทีก็พอจะรู้ว่าฝั่งนั้นเป็นใคร
"...อ๊า? ม..ไม่ใช่แล้วครับ คุณกรนั้นแหละครับที่เป็นคนโทรมา ผมได้ยินเสียงโทรศัพท์ยังตกใจเลยครับ ใครจะบ้าโทรหาคนอื่นตอนตีสี่กันละครับ............ อ่ะ อ๊า..ผม.. ไม่ได้จะว่าคุณนะครับ ต..แต่หมายถึง" เขาพูดมาชุดใหญ่ และผมพอจะนึกท่าทางของเขาออก ฮ่าๆ


"ฮืม ไม่เป็นไร" ผมรีบตัดบท เพราะผมยังไม่ได้ทันได้นึกโทษเขาเลย "สรุปแล้วฉันโทรไปสินะ...ฮัดเช่ย!! ...สงสัยฉันเบลอๆแฮะ เมื่อคืนดื่มมานิดหน่อยน่ะ โทษทีๆ" สงสัยจะเป็นผมที่ผิดแฮะ

 

"งั้นวางละกัน"
"เดี๋ยวครับ....คุณกร เมื่อกี้คุณกรจามตั้งหลายรอบ ไม่สบายหรือเปล่าครับ?" หือ? หลายรอบเรอะ ผมว่าผมจามไปรอบเดียวเองนะ เอ๊ะ...หรือสอง
"เอ่อ..เปล่าหรอก ฉันสบายดี แต่ห้องมันฝุ่นเยอะนิดหน่อยน่ะ ว่าจะจัดหลายรอบแล้ว ขี้เกียจ" ผมล้มตัวลงนอนอีกรอบ กะว่าวางหูแล้วจะหลับเลย ผมมองดูผ้าปูที่ผมนอน...เอ่อ...แล้วนี้มันซักครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ล่ะเนี่ย..
"..คงจัดวันนี้ล่ะมั้ง ไม่รู้สิ" ผมพูดไปอย่างนั้นก็เถอะ ทุกครั้งที่จัดอย่างมากสุดก็เอาพวกหนังสือกับเสื้อผ้าบนเตียงไปกองไว้ที่อื่นแค่นั้นแหละ

 

 

"วันนี้..?..ห..ให้ผมไปช่วยมั้ยครับ! เดี๋ยวผมเอายาไปให้ด้วย"
"หือ? อืม ก..ก็ดีนะ มาเที่ยงๆล่ะ" ผมหลับตาพูด บอกลาและหลับไป

 

 

 

----------------------------------

 

 

 

หือ...

 

 

 

ผมค่อยๆลืมตาขึ้น เพราะเหมือนเห็นอะไรขยับไหวๆอยู่ข้างเตียง ผมพยายามลืมตาให้กว้างขึ้น.. คน?...ขโมย!?

 

 

"เฮ้ย!!" ผมตะโกนออกไปอย่างไม่รู้ตัว
"หวาาาา!!" ชาร์ลีที่นั่งยองๆจัดของอยู่ข้างๆเตียงผม ล้มนั่งไปกลับพื้น "ข ..ขอโทษครับคุณกรผมไม่ได้ตั้งใจจะทำให้ตื่น แต่ผมคิดว่า ผม...กำล..จัดนี้.."

 

 

"อ่าว นายเองเรอะ" ผมยันตัวลุกขึ้นนั่งอย่างโล่งใจ "แล้วนายเข้ามาได้ยังไงน่ะ..."
"ก็..คุณกรเป็นคนเปิดให้ไงครับ...คุณกรไม่พูดอะไรเลย เดินมาเปิด แล้วก็เดินกลับไปนอนต่อเลย..ผมก็เลยคิดว่าน่าจะจัดไปก่อนเลย" .....เออ...จริงสิ ผมเป็นคนไปเปิดให้เองนี้หว่า นึกว่าฝันซะอีก

"เอ่อ...โทษที วันนี้เบลอๆแฮะ แล้ว...เพิ่งเริ่มใช่มั้ย" ผมมองว่าเขาเริ่มมาจัดที่ตู้ข้างเตียงก่อน เพราะรู้สึกว่าทุกอย่างยังเหมือนเดิม
"ก..ก็ผมเห็นของที่กองอยู่ แล้วถ้าเก็บ...ผมไม่รู้ว่าจะเก็บไว้ตรงไหน ผ..ผมเลยเอาน้ำมาเติมดอก..กุหลาบพวกนี้ก่อน" เขาพูดแล้วเอาน้ำเติมเข้าไปในแก้วต่อ
"อืม..อ้อ อ้าว มันจะหมดแล้วเรอะ" ผมหยิบแว่นมาใส่ เอาหน้ายื่นไปใกล้ๆเพ่งดูที่แก้วดีๆ "โธ่ ไอ่รอยนี้ทำให้ฉันนึกว่ามันมีน้ำอยู่ตลอดเลยนะนั้น ก็ว่าอยู่.. โทษทีๆ" ผมหันไปขอโทษเขา เหงื่อเขาออกมา ใกล้ๆแบบนี้เห็นชัดเลย
"นายเป็นป่วยรึเปล่าน่ะ เหงื่อแตกพลั่กเชียว ในนี้ร้อนเหรอ"
"ป...เปล่าครับ ผมไม่ได้เป็นอะไร" เขารีบลุกเดินไปเก็บของที่อยู่ตามพื้นแทน
ผมมองตามไม่ได้พูดอะไร แค่ลุกขึ้นจากเตียง แล้วจะไปห้องน้ำ

 

 

 

"อ่ะ ในลังนี้มีฟิล์มเต็มเลย คุณกรนี้ชอบตัดฟิล์มสวยๆเก็บไว้จริงๆสินะครับ ขอดูหน่อยนะครับ" ผมพยายามนึกว่าลังที่เขาพูดถึงนี้มันลังไหน แล้วหันไปมองเขา
"เฮ้ย! เดี๋ยว! นั้นไม่ใช่..." ผมร้องห้าม แต่ไม่ทันเสียแล้ว ชาร์ลีเอาฟิล์มขึ้นส่องกับแสงแดด เขาตกใจกับภาพในฟิล์มนิดหน่อย แล้วหันมามองผม
".....ผ..ผม..เข้าใจแล้วครับ" เขาพูด แล้วเก็บฟิล์มลงในลังเหมือนเดิม จัดการแพ็คปิดอย่างดีให้ด้วย
"เฮ้ย! ไม่ใช่แล้ว! ฟิล์มพวกนั้น ฉันจำเป็นต้องตัดมันออกน่ะ ฉากบางฉากมันก็เกินไป ตัดออกให้เหลือแต่พอควร... นี้ๆ ที่ฉันชอบนะมันอยู่ตรงนี้" ผมเดินไปที่ชั้นหนังสือหยิบกล่องโลหะจากชั้นบนสุด เอามายื่นให้เขา

 

 

"โห... เยอะจัง" เขาเปิดฝาออก
"หลังๆนี้ ไม่ค่อยได้ตัดเท่าไหร่หรอก ในนั้นก็เก่าๆทั้งนั้น ที่ให้นายไปก็ล่าสุดล่ะมั้งนะ" ผมพูดแล้วเดินเข้าห้องน้ำไป

 

 

 ผมเดินออกมาพบเขาจ้องฟิล์มแผ่นหนึ่งอยู่
"เป็นไง สวยล่ะสิ" ผมเช็ดน้ำที่หน้าออกด้วยแขนเสื้อ เอามือถูๆหัวนิดหน่อยให้ผมมันไม่ยุ่งมาก เขามองมาที่ผม แล้วมองไปที่ฟิล์ม ผมหยิบแว่นที่เตียงขึ้นมาใส่
"เป็นอะไรของนายน่ะ..." ผมเดินเข้าไปใกล้ๆ

 

 

"นี้มัน รูปคุณกรนิครับ?"  ผมได้ยินและนิ่งไป นิ่งไปซักพัก ผมลืมไปเสียสนิทเรื่องฟิล์มกล้องถ่ายรูปที่อยู่ในนั้น ฟิล์มพวกนั้นเป็นของๆพ่อ ตอนที่ท่านเสีย ผมกลับไป...เจอมันกระจายอยู่ตามพื้น

 

"อ...เอ่อ แต่ฟิล์มมันเก่ามากแล้ว มองไม่ค่อยชัด ภาพเล็กด้วยแฮะ แต่ก็พอจะดูออก.....คุณก.." เขาเงยหน้าขึ้นมาผมก็หยุดพูดไปเฉยๆ ผมมองหน้าเขา เขาทำท่าเหมือนจะร้องไห้

"...หือ? อือ... ฟิล์มมันนานแล้วแหละ อยากเห็นภาพที่อัดแล้วมั้ยล่ะ" ผมรีบเปลี่ยนเรื่อง แต่สีหน้าผมคงยังไม่เปลี่ยนมาก  ผมเดินไปเก็บหนังสือตามทางไปเก็บที่ชั้นด้วย แล้วหยิบอัลบั้มรูปออกมา ผมยื่นให้เขา

"...ไม่ต้องคิดมากหรอก" ผมพูดขึ้นมาเฉยๆและยิ้มให้เขา "เอ้า ..ฉันไม่เคยให้ใครดูเลยนะ" เขารีบรับไปแล้วพูดครับๆ

 

 

 

ผมเดินเก็บเสื้อผ้าที่อยู่ตามพื้น ผมไม่อยากให้เขาเป็นคนเก็บ ฮ่าๆ แล้วเอาไปยัดใส่ตะกร้าข้างๆประตูห้องน้ำ แต่ก็ยังไม่หมด ...เสื้อผ้าทำไมมันเยอะจังว่ะ ทั้งๆที่ใส่อยู่ไม่กี่ตัว

 

 

"น่ารัก! คุณกรตอนเด็กๆน่ารักจังเลยครับ"

 

 

ชาร์ลีนี้นายมาช่วยชั้นไม่ใช่เรอะ...แต่ก็ดีแล้วละที่ยิ้มออกมา เพราะมันทำให้ผมยิ้มด้วย

"ห๊ะ....ไอ่เด็กหน้าตากวนส้นตีนแบบนั้นน่ะนะ น่ารัก" ผมนึกถึงตัวเองสมัยแต่ก่อนแล้วมันน่ารักไม่ลงจริงๆ
"ฮ่าๆ น่ารักออกนะครับ ....อ่ะ คุณกรกินข้าวมั้ยครับ? ผมเอามาด้วยนะ" สงสัยเพราะเห็นผมเปิดตู้เย็นเขาเลยรีบพูดขึ้นมา นายทำกับข้าวมาด้วยงั้นเรอะ...ผมมองเขาเอากับข้าวมาจัดให้แล้วยิ้มออกมาอย่างไม่ตั้งใจ

 

 

 

"นายนี้ทำอาหารเก่งเป็นบ้าเลยนะ เปิดร้านเลย! อร่อยๆ ฉันชอบ ฮ่าๆ" ผมพูดไปกินไป
"ฮะๆ ไม่เก่งหรอกครับ ผมก็แค่พอทำกินเองได้น่ะครับ" เขาพูดแล้วหัวเราะแฮะๆ
"พอทำกินได้น่ะมันฉันแล้ว อย่างนายเนี่ยขายได้เลย" ความจริงแล้วของผมต้องเป็น ทำแล้วกินไม่ได้มากกว่าแฮะ
"เอ้อ! แล้วแสนรักเป็นไงบ้าง" ผมพูดข้าวเต็มปาก
"ส...แสนรัก....อ้อ บางแสนกับบางรักน่ะเหรอครับ ก..ก็สบายดีครับ บางแสนซนนิดหน่อย" เขายิ้ม ผมตอบกลับไปแค่ว่าดีแล้วๆแล้วก็กินข้าวต่อ

 

"ม่ะ กินเสร็จแล้ว ฉันทำอะไรได้บ้าง ... ความจริงนี้มันก็สะอาดกว่าปกติมากแล้วนะเนี่ย" ผมมองไปรอบๆห้อง ไม่เหลืออะไรกองอยู่บนพื้นแล้ว มันสะอาดสุดๆในสายตาผม
"...ยังนะครับคุณกร นี้แค่เก็บของที่เกะกะออกเฉยๆ ยังไม่ได้กวาดถูเลยนะครับ" เขาอธิบาย เอาหนังสือเล่มสุดท้ายเก็บเข้าชั้น

"ต้องกวาดด้วยเรอะ..." ผมทำหน้าเบื่อๆแล้วหันไปมองเขา แล้วยังถูพื้นอีก ...แล้วมันจะเสร็จเมื่อไหร่ละเนี่ย ผมคิดแล้วก็ท้อ ถึงผมไม่ได้วางแผนว่าจะทำอะไรต่อหลังทำความสะอาดเสร็จก็เถอะ แต่แค่นี้ผมก็เบื่อแล้ว
"...ไหนๆก็ทำแล้ว...ก็ต้องทำให้สะอาดสิครับ" นี้มันก็สะอาดแล้วนา ห้องนี้ไม่เคยมีทางเดินมาก่อนเลยนา ผมรู้สึกเบื่อจริงๆแล้วแฮะ

 

ผมทิ้งตัวลงบนโซฟา มองเขาเดินไปเปิดหน้าต่าง ประตูระเบียง แล้วก็ประตูหน้าห้อง
ผมนั่งมองเขากวาดห้อง ฮ่าๆ เลวจริงๆ เรียกเขามาช่วย แล้วก็มานั่งดูเขาทำ ถ้าทำแบบนี้กับเธอคงโดนด่าไปแล้ว ผมหัวเราะ นี้เกือบเป็นครั้งแรกที่ผมนึกถึงภรรยาแล้วไม่เศร้า 
เขาหันมาทำหน้างงๆ และบอกว่าผมดูมีความสุขแปลกๆ อืม นั้นสินะ ผมว่าวันนี้ผมอารมณ์ดีแปลกๆเหมือนกัน

 

 

"แล้วหนังสือพวกนั้นจะเอาไปไหนน่ะ" ผมมองเขายกหนังสือตั้งใหญ่ขึ้น มันทำท่าจะล้มลงมาทุกเมื่อ
"เอ่อ ชั้นนี้มันเต็มน่ะครับ ผมจะย้ายไปไว้ชั้นนู้น" เขายกอย่างยากลำบากมาก ความจริงค่อยๆขนก็ได้นะ
"มาๆ ฉันช่วยดีกว่า" ผมลุกขึ้นแล้วจะเดินไปช่วยเขา
"มะ..ไม่ต้องหรอกค.. เหวออออ!!"

 

 

พลั่ก!

 

 

 

"คุณกรคร้าบ!!"

 

 

 

โอเค... เขาสะดุดขาตัวเอง แล้วล้มทับผม ผมจับตัวเขาไว้ อืม.. เจ็บว่ะ ไม่เบาเหมือนตอนที่อุ้มเลยนะ รู้สึกเหมือนจะมีหนังสือหล่นกระแทกหัวผมสองสามเล่มแฮะ...เจ็บชะมัด เขาขอโทษมาชุดใหญ่ แล้วรีบดูหัวผมใหญ่ ลุกก่อนสิเว้ย ลุกก่อนน

ผมพยายามจะยันตัวขึ้นเขาก็ลุกลี้ลุกลนไม่แพ้กัน ผมเขิน ใช่ ผมรู้สึกว่าตัวเองเขิน ไม่ๆ แล้วผมจะเขินทำไม ไม่ใช่สาวที่ไหนล้มทับซะหน่อย ผมไม่ได้เขิน แค่ตกใจเฉยๆ ความรู้สึกมันคล้ายกัน ผมไม่ได้เขิน

 โอเคนะ ผมไม่ได้ ... เดี๋ยวนะๆ แล้วเมื่อกี้เสียงใคร... ผมหันไปทางประตู

 

 

 

ลีออน 

 

 

 

นายมาถูกจังหวะมาก ขอบคุณ....หนึ่งวันมี 24 ชั่วโมง แต่นายดันมาเวลานี้พอด