[BT] ฟ้าสาง...

posted on 18 Dec 2009 22:46 by orb01 in BT

 
 
 
 
 
 

 

 

 

 

(เอนทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของโปรเจ็กบลอดเวน)

 

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 









"คุณกรไม่เบื่อบ้างหรอครับเนี่ย?"
 
 
 
 
 
 
 
 






เสียงพูดอุ้ยอ้ายของเด็กหนุ่มที่นั่งอยู่ตรงข้ามผมดังขึ้น ขจัดความเงียบของบรรยากาศเหงาๆยามเย็นให้หายไป...

 
 
"ผมหมายถึง... คุณกรนั่งอยู่อย่างนี้มาหลายวันแล้วนะครับ ผมเห็นล่ะเบื่อแทนเจรงๆ" ปากพูดก็จริง แต่ตาก็ยังมองกล่องข้าวที่ตัวเองกิน จับช้อนยัดใส่ปากอย่างไม่หยุดสาย พอพูดจบก็จัดการกระดกขวดน้ำตามอย่างรวดเร็ว

 
 

 
"โถ่... กินให้หมดก่อนแล้วค่อยพูดก็ได้... กินช้าๆด้วย เดี๋ยวก็สำลักหรอก" ผมพูดก่อนค่อยๆจัดแจงกินข้าวกล่องของตัวเองบ้าง 
 
 
 


คูแซคเด็กดี เอาข้าวมาให้ผมกินถึงหน้าบ้านชาร์ลีกันเลยทีเดียว ฮ่าๆ ไม่ใช่ว่าผมจะอดข้าวแล้วรออยู่อย่างนี้ตลอดซะที่ไหน ผมก็ไปกินบ้างอะไรบ้างนะ แต่สงสัยเจ้านี่คงจะคิดว่าผมนั่งทู้ซี้กะให้ซี๊กันไปข้างนึงเลยล่ะมั้ง.. แต่ก็นั่นแหละนะ เอามาให้ก็ดี จะได้ไม่ต้องเหนื่อยเดินกลับไปกลับมา แถมได้เพื่อนนั่งกินด้วย


 
 
"เวลาไม่เคยคอยใครครับคุณกร เราต้องรีบกินก่อนที่จะไม่มีให้กิน ฮ่าๆ" เจ้าหนุ่มเอาช้อนขึ้นมาชี้หน้าผมแล้วตวัดไปมาก่อนจะกลับไปตั้งหน้าตั้งตากินต่อ ผมได้แต่ยิ้มๆและก็เงียบไป เหลือบมองคูแซคเป็นระยะๆ แล้วคิดว่าเวลาที่เจ้านี่เงียบที่สุดก็ตอนกินนี้แหละนะ... นึกถึงตอนที่ไปเจอมันมาเลยแฮะ เจอกันครั้งแรกยังไม่รู้จักกันเล้ย แต่พูดได้เหมือนกับรู้จักกันมาแปดปี..


 
 
 
 

"คุณกรชอบคุณชาร์ลีหล่ะสิครับ" ประโยคสั้นๆของเด็กหนุ่มทำเอาผมเกือบสำลักแอลกอฮอล์ที่กระดกอยู่สักครู่ เขามองหน้าผม... ผมมองหน้าเขา... คิดจะเปิดประเด็นก็เปิดขึ้นมาง่ายๆเลยนะ... สมเป็นลูกน้องฉันจริงๆ...




"...... คงงั้นว่ะ..." ผมตอบสั้นๆและเงียบไป หลุบตาลงครุ่นคิดอะไรบางอย่าง.. เขาก็เงียบ เหมือนจะรอสิ่งที่ผมจะพูดต่อไป... ผมอ้าปากเหมือนจะพูดอะไรสักอย่าง ผมยังไม่แน่ใจ... กับความรู้สึกตรงนี้ หรือผมไม่ยอมรับมันกันแน่...แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร ได้แต่ปิดปากเงียบ... 

 
 
 


"อืมมมมมมม.... " ผมลากอืมเสียงยาวก่อนจะตบเข่าตัวเองลุกขึ้นยืน เพื่อมองเข้าไปทางตัวบ้าน และสวนผัก... ของชาร์ลี
"วันนี้ร้อนกว่าทุกวันเลยเนอะ คุณกร" เจ้าหนุ่มบ่นไปกินไป "ขนาดหน้าหนาวแล้วตอนเย็นขนาดนี้พระอาทิตย์ยังจะส่งความร้อนมาอีก ดูสิ ท้องฟ้าเป็นสีแดงเลย... หลอนเหมือนกันนะเนี่ย" เขาเหล่ตาไปมองฟ้านิดหน่อย ก่อนจะก้มกินต่อ
"หืม... นั่นสินะ ก็หน้าที่ของดวงอาทิตย์นี่นา ทำไงได้ ก็อุ่นดีก็ดีแล้วนิ..." ผมมองไปทางฟ้าสีแดงฉานและตอบไปงั้นๆ... แต่ก็เป็นหน้าที่ของมันจริงๆ
"มันคงเหงามากกว่าผมว่า..." คูแซคผละจากการกิน เงยหน้าขึ้นมามองฟ้าบ้าง...

 
 
 
 


"เหงา?" ผมขมวดคิ้วมุ่นหันมามองเขา
 
 
 



-------------------------------------

 
 
 
 

บรรนากาศสีน้ำเงินนี่มันอะไรกัน...ทั้งๆที่ฟ้าสีแดงแรงซะขนาดนั้น... แต่ความรู้สึกผมมันโหวงๆทั้งในหัวและในอก บ้านที่ดูอบอุ่นอยู่เสมอ... ในตอนนี้ไม่ได้ช่วยให้ผมดีขึ้นมาเลย บ้าน..ไม่ได้ดูอบอุ่นที่ตัวบ้าน แต่เป็นเพราะคนที่อยู่ในบ้าน... ผมชอบที่จะวิ่งมาที่นี่เมื่อผมต้องการอะไรสักอย่างที่ผมคิดว่าผมขาด... รอยยิ้ม... อ้อมกอด... ความสบายใจ... ความอบอุ่น... ความสุข... 

 
 
 
 

ความรัก...

 
 
 
  

ผมยืนล้วงกระเป๋าอยู่หน้าประตูบ้านชาร์ลีอยู่นานสองนาน... หวังจะได้ไออุ่นอะไรสักอย่างจากตัวบ้าน... แต่ก็ไม่มี... ยืนมองพื้น หรือยืนมองเท้าตัวเอง... อะไรก็ว่าไป คูแซคลากลับไปสักพักแล้ว บอกว่าต้องไปช่วยจิมมี่ดูแลโรงหนัง ผมนี้เป็นหัวหน้าที่แย่จริงๆเลยแฮะ... ถึงอย่างนั้น... ถ้าผมเดินกลับไป อยู่ที่โรงหนังสักพัก ก็ต้องเดินกลับมาอีก... เจ้าพวกนั้นคงไม่ว่าอะไร ถ้าคนแก่ๆอย่างผมเลือกที่จะไม่เหนื่อย...




 
 

ผมยืนเงียบไปอีกพักใหญ่ๆ...





 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

ก๊อก.. ก๊อก..




ก่อนจะเอื้อมมือไปเคาะประตูบ้าน... ที่ไม่มีใครอยู่...



"ฮ่ะๆ.... บ้าจริงเรา... ไม่มีคนแล้วใครจะมาเปิดประตูให้เล่า..." ผมพูดกับตัวเองเหมือนคนเมา แต่ไม่ได้เมา สายตาผมยังจับจ้องไปที่ประตู... หวังว่าชาร์ลีจะเปิดออกมา แล้วยิ้มตอนรับผมเหมือนทุกครั้ง... ผมอาจจะเพี้ยน แต่ผมหวังอย่างนั้นจริงๆ... ผมยืนจ้องลูกบิดประตู หวังให้มันมีเสียงแกร็กแล้วประตูก็เปิดออก... 

 
 

ผมเริ่มอารมณ์เสีย ที่มันไม่เป็นไปอย่างนั้น... 

 
 
 

ไม่มีเสียงแกร็ก...

 
 
 
 
ประตูไม่เปิดออก...
 
 
 
 

ไม่มีใครอยู่ในบ้าน...

 
 
 
 
เจ้าของบ้านหายไป...
 
 
 
 

เกิดอุบัติเหตุอะไรมั้ย...
 
 
 
 

ไม่รู้จะติดต่อยังไง...
 
 
 
 

ธุระอะไรของนาย...

 
 
 
 
มันสำคัญขนาดนั้นเชียวหรือ...
 
 
 
 

ทำไมไม่ลากันก่อน... 
 
 
 
 

มันทำให้ฉันรู้สึกเหมือนถูกทิ้ง... 

 
 
  
ฉันกลัว... 

 
 
  
กลัวว่าคำพูดของพูนิก้าจะเป็นจริง... 








บ้าเอ๊ย...


เปิดประตูออกมาแล้วยิ้มให้ฉันสิ....


นายกำลังจะหายไปจากชีวิตชั้นอีกคนใช่ไหม....

 
 
 
 


ผมยืนพูดกับประตูบ้านซ้ำแล้วซ้ำอีก ราวกับคนบ้า ผมรู้สึกเกลียดความทำอะไรไม่ได้ที่เกิดขึ้น ไม่มีอะไรดีๆที่ผมทำได้ ไม่มีจริงๆ.... มีแต่ทำให้แย่ลงไป เหมือนทุกๆครั้งที่ผ่านมา...



 
 
 
 
 
ผมวางกำปั้นของตัวเองแนบกับเนื้อไม้ของประตู... ว่าจะทุบแรงๆ.... แต่ก็ไม่ได้ทำอะไร....







'คุณกรจะทำยังไงคะ....'







'ถ้าเกิดคุณพ่อไม่กลับมาอีกเลย...'


















'ฮ่ะๆๆ ยมทูตไงล่ะ ยมทูตน่ะ '
'ผะ...ผมคิดว่าคุณจะฆ่าตัวตายนี่นา...'
'ฮ่าๆ ฉันชื่อจิตรกรนะ เรียกกรเฉยๆก็ได้'
'ผม..... ผมชื่อชาร์ลีครับ...'
 
 
 
 


แชลลี่ ชีน...


 
 
 

'คุณกร...อย่าร้อง..ฮึก....คุณกรอย่าไห้สิครับ'
'บ้าเอ๊ย... นายก็อย่าร้องสิว่ะ นายเมาแล้วนะ บ้าจริง....'

 
 
 
 


ตั้งแต่เจอกับนาย...


 
 
 

'หือ? ดอกไม้นี่?...ให้ชั้นหรอ?'
'หวา! ม...ไม่ใช่ครับ! คืออันนี้...คือพูนิก้า...!'
'ฮ่าๆ ไม่เป็นไรๆ อันนี้ก็ได้'


 
 
 
 
 
ฉันคิดว่านายเป็นหมอสมุนไพรที่ดี....
แต่ไม่คิดว่าจะดีมากขนาดนี้...

 
 
 
 
 
 

'นายเข้าไปร้องไห้กับฉันในฝันทำไม....'

 
 
 
 
 
 

นายรู้ตัวไหม...
ว่านายช่วยเยียวยาฉันมากแค่ไหน....
 
 
 
 
 



'อ่าว!... ย้อนกลับมาทำไมอีกน่ะ?'
'ค...คือ อยู่ที่บ้านไปก็ไม่ได้ทำอะไร ผ...ผม...ผมก็เลย...'
'.....อยู่ด้วยกันที่นี้ก็ได้'


 
 
 
 

ฉันไม่รู้สึกว่าต้องอยู่คนเดียวอีกต่อไป...
ฉันรู้สึกว่าฉันมี'ใครสักคน'อีกครั้ง...


 
 
 
 
 
 


'แต่ผมก็ยังรักคุณ! ถึงจะเป็นตอนนี้... ตลอดมา... ผมรักคุณ!' 



 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 


......








ไม่ว่านายจะรักฉันหรือไม่....
จะยังไงก็ตาม...
ทุกเซลล์ในร่างกายฉันมันพูดเป็นเสียงเดียวกัน...
มาตั้งนานแล้ว....








 
 
 
 



ผมค่อยๆนั่งลงเอนหลังพิงประตูที่คุยด้วยอยู่เมื่อสักครู่... ฟ้ามืดไปสักพักแล้ว... แต่ผมเพิ่งจะสังเกตุ... คืนนี้ฟ้าโปร่งมาก เมฆสักก้อนก็ไม่มี... เผยให้เห็นแสงดาวระยิบระยับกระจายเต็มท้องฟ้าอย่างชัดเจน ดวงจันทร์กลมโตผ่องแสงสีเหลืองนวลสุขสกาวราวกับไม่รู้เหตุการณ์อีกซีกหนึ่งของโลก....





"ฮ่ะๆ บ้าเอ๊ย! พระอาทิตย์แม่งบ้ารอแกอยู่นะเฟ้ย..." ผมคงเมา แต่โอเค... ผมคุยอยู่กับดวงจันทร์ 







-----------------------------------------



 
 
 
 
"เหงา?" ผมขมวดคิ้วมุ่นหันไปมองเด็กหนุ่ม

 
 
 
 
 

"ก็พระจันทร์เล่นหนีไปอยู่อีกฝากนึงของโลกนี่นา มันส่งเสียงไม่ได้เลยเปล่งแสงเรียกแทนไงล่ะครับ" คูแซคยิ้ม แล้วก้มหน้าก้มตากินต่อ
"....... ห๊ะ... แล้วทำไมมันไม่ไปหาล่ะ" ผมถามต่ออย่างสงสัย
"โถ่....คุณกร มันมืดจะตาย ถ้าไป พระอาทิตย์คงหลงทาง รอพระจันทร์โคจรมาเจอกัน มันง่ายกว่า" ไอ่หนุ่มพูดแบบแทบไม่ได้เว้นวรรคคิดอะไรเลย
"แล้วอย่างนี้ก็รอไปสิ.... จะคอยเฝ้าเรียกหาไปทำไม" ผมว่าคำถามของตัวเองเริ่มกวนมากขึ้น.. แต่ก็สงสัยอ่ะ
"...... แหม่ เขารักของเขา ปล่อยเขาเฝ้าไปเถอะครับ ฮ่าๆ" คูแซคพูดปนยิ้มแล้วก็ปล่อยหัวเราะออกมา

 
 



"ฮ่าๆ นั่นสินะ... จริงของแก!" 
ผมอด.. ที่จะยิ้มออกมาไม่ได้







 
 
 
 
 
 
 
 
 
 



ผมตื่นขึ้น..

 
 
 
 
 
 

พบกับแสงสว่าง..

 
 
 
 

อ้อมกอด..
 
 
 
 


ความอบอุ่น..

 
 
 
 

น้ำตา...


 
 
 
 
เสียงที่คุ้นเคย...




 
 
 
 



"กลับมาแล้วครับ"




 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 


เวลานี้เป็นเวลาฟ้าสาง.. เวลาที่เราสามารถเห็นพระอาทิตย์และพระจันทร์พร้อมกัน...







 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

Comment

Comment:

Tweet

....เดี๋ยวกูมาอ่าน

*หนาวต่อย

#9 By myleon on 2009-12-20 18:51

น่ารักอีกแล้ว อร๊ายยยยยยย
ชอบตอนสุดท้ายค่ะ

#8 By ★みさと★ on 2009-12-19 16:53

เฮ้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย

น่ารักโคตรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรร
ชอบตอนท้ายมากเลยอะเมิง orz
น่ารักมากๆๆๆๆๆๆๆๆ /ต่อย หมันไส้เว่ย

โคตรหวานเลยว่ะ...

#7 By Amina Eirwen on 2009-12-19 15:09

ตอนนี้เขียนดีมากกกกกกกกก TT^TT
เอร๊ยยยย ชอบโคตรรรรรรรรร
เศร้าจัด แต่อินจัดเช่นกัน กระซิก กระซิก
พี่ชอบตอนที่เปรียบเรื่องเซลล์ กับตอนที่จบว่าพระอาทิตย์กับพระจันทร์ที่อยู่คู่กันอ่ะ การเว้นวรรคดีมากเลย อ่านแล้ว อึก! อึก! เสียดแทงใจ

โถ ชาร์ลี นายก็ยอมๆเป็นเคะเขาหน่อยน่า เป็นภรรยา แต่เมะสามีก็คงได้สิน่าาาา

#6 By jackywinter on 2009-12-19 09:22

คุณกรนี่ล่ะก็... surprised smile

#5 By ทราย (Xiang-gu) on 2009-12-19 03:43

ฉันร้อง





T - T








ตอนจบแม่งคิดได้ไงวะ....




รู้สึกเหมือนเป็นชาร์ลีที่กำลังนั่งอ่านความคิดของกรอยู่เลย...
ถ้าแกได้รู้ว่าตอนนี้ชาร์ลีรู้สึกยังไงอยู่ล่ะก็นะ...






ปล.



นุกิแม่งเกรียนว่ะ



OTZ

#4 By ++Wadoiji++ on 2009-12-19 03:24

โรแมนติกโคตรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรร!!!!!!


ว้ายยยยยยยยยยยยยยยยยย อ่านแล้วหวานจะท้องมั้ย ว้ายยยยยยยยยยยยยยย โคตรอ๊างเลยครับพี่ ว๊ายๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ โรแมนติกชะมัด ว้ายๆๆๆๆๆๆๆๆๆ


รักกันไว้เถิดนะ ว้ายๆๆๆๆ

#3 By KUN on 2009-12-19 02:25

ว้ายย เรื่องราวของสาวน้อย ตะกอนโกะ สินะ
แหม ฮ่าๆ น่ารักจริงๆ นี่ถ้าไม่ได้สำเนียงเคะๆของชาลีช่วยนะ

นายคงถุกมองเป้นเคะอย่างไม่ต้องสงสัยเลยว่ะ
ฮ่าๆ แต่แมร่ม แกน่ารักมากเลยนะกร
เชื่อฉันเหอะ ไปเป็นเมียชาลีเถอะ .. เหมาะกว่า

/มาเกรียนแล้วจากไป

#2 By Pupu Meteor on 2009-12-18 23:22

1 ของกุ

#1 By Nye on 2009-12-18 23:09