BT

[BT] นาย..

posted on 03 Jan 2012 23:46 by orb01 in BT
 
 
 
 

(เอนทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของโปรเจ็กบลอดเวน

ต่อจาก [BT] PRAY
หมายเหตุ : คริสมาสต์ปี 2010 นั่นเอง..
 
 
 
 
 
 
 

...

กล่องของขวัญใบเล็ก ๆ ลอยอยู่ในทะเล 
 
หลังจากที่ผู้รับได้เขวี้ยงมันลงไป

 
 
 
ลมทะเลกับคลื่นที่ซัดแรงนั้น พามันลอยออกไปไกลขึ้นเรื่อย ๆ
 
เขาจะไม่นำมันกลับมาอีก..
 
 
 



----------------------------------------

 
 

"มีอะไร?"

 
 
 
 
จิตรกานต์ วิชิตวงศ์เอ่ยถามเมื่อเปิดประตูบ้านออกมาเจอกับเจ้าน้องชายที่ไม่เคยโผล่มาให้เห็นหน้าแม้จะอยู่เมืองเดียวกัน

 
 
"เข้าไปได้ไหม?" กรถามกลับ ไม่ต้องการคำตอบ ถือวิสาสะเดินเข้าไปในบ้านหลังใหญ่นั่น "หรูแฮะ" มองไปรอบ ๆ แล้วนั่งลงที่โซฟา

 
 
"เข้ามาในบ้านคนอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต.. เขาเรียกว่าผู้บุกรุกนะรู้ไหม" กานต์มุ่นคิ้ว ดูไม่พอใจ แต่ก็จัดน้ำมาวางให้ที่โต๊ะหน้าโซฟา
 
 
 
 
"พี่ไม่ใช่คนอื่น" เลิกคิ้วกวน จิบน้ำแล้ววางลง
 
 
"มีอะไร?" พี่ชายถามซ้ำ กอดอก
 
 
น้องชายไม่ตอบ 
 
 
 
 
 
--------------------------------------------- 
 
 
 
 
กรนั่งอยู่เฉย ๆ  พิงโซฟาไป นานสองนาน
 
กานต์ไม่ได้ถามอะไรเขาอีก

 
 
 
 
ผ่านคริสมาสต์ไปไม่กี่วัน 
 
เวลานี้เขาควรไปหาชาร์ลี ตามปกติ
 
แต่กลับไม่แน่ใจ อะไรบางอย่าง 
 
เลี้ยวมาบ้านพี่ชาย 
 
ล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อสูทที่ใส่ประจำ
 
กำกล่องเล็ก ๆ นั่น
 
หลุบตามองแก้วน้ำตรงหน้าที่น้ำแข็งเริ่มจะละลายไปหมด
 
พยายามไม่คิดอะไร แต่ทำไม่ได้
 
 
 
ชีวิตคนเรานั้นสั้น เหมือนน้ำแข็งในน้ำ เหมือนเทียนไขที่ถูกจุด
มันหมดลงง่าย ๆ ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง กรรู้ข้อนี้ดี


 
ยกฝ่ามืออีกข้างขึ้นลากผ่านไรผมด้านหลังที่ดูสั้นไปกว่าแต่ก่อน
กรวางอดีตไปสักพักแล้ว ถึงจะยังหวั่นใจในบางเรื่อง แต่ไม่มีเหตุผลที่ต้องยกขึ้นมาอีก
 
 
เขาแค่สับสนเมื่อเห็นแหวนของชาร์ลี
รู้สึกดีใจ และเขายอมรับในข้อนี้
ไม่ใช่ไม่อยากใส่ แต่ไม่คิดว่าคู่ควร
 
 
คิ้วเริ่มขมวดเข้าหากันอีกครั้ง
ถอนแว่น หลับตา เลื่อนนิ้วมาบีบเข้าที่หว่างคิ้ว

 
 
....

 
 
เสียงกริ่งประตูดังขึ้นทำลายความเงียบ
กรหันไปมองประตู ก่อนจะเงยหน้ามองเพดาน พื้นของชั้นสองที่พี่ชายขอตัวขึ้นไปทำงาน
 
 
 
"สวัสดี?" ถือวิสาสะเปิดประตูรับแขกเสียเอง มองชายหนุ่มตรงหน้าแล้วพอจะนึกออกว่าเจ้าหนุ่มดูขี้โรคนี่เป็นบุรุษไปรษณีย์ประจำเมือง แถมยังหิ้วหอบถุงอะไรมาพะรุงพะรัง
 
 
 
อีกฝ่ายเบิกตาขึ้นเล็กน้อยเหมือนตกใจ กรไม่แน่ใจเหมือนกันว่าหน้าเขามีอะไรติดอยู่รึเปล่า

 
 
"ส..สวัสดีครับ" อีกฝ่ายดูเลิ่กลั่ก "คุณ.. จิตรกร?" และเรียกชื่ออย่างไม่แน่ใจนัก
"เรียกกรเฉย ๆ ก็ได้" กรเลิกคิ้ว ยิ้มให้เล็กน้อยเหมือนทักทาย
"อีวาน" เสียงกานต์ดังขึ้นจากด้านหลัง เจ้าตัวคงได้ยินเสียงกริ่งจึงลงมาดู 
 
 
กรได้รู้ว่าอีวานคนนี้มาทำอาหารให้พี่ชายตัวเองแทบทุกเย็น รู้สึกแปลกใจ ปนขำ
อีวานเองก็ดูจะแปลกใจกับใบหน้าที่ดูคล้ายกันของพี่น้อง 
กรทำตัวเป็นผู้ฟังที่ดี พูดน้อย เหมือนมีเรื่องให้คิด
คนเป็นพี่ชวนให้อยู่กินข้าวเย็นด้วยกัน แน่นอนกรปฏิเสธ

 
 
 
เขาไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องอยู่ที่นี้
 
 
 
 
 
------------------------------------------------------------


 
 
มือที่ว่างเปล่านั่นกอดอกซุกเข้าไปในเสื้อสูทระหว่างเดินแบบไร้จุดหมายตามเคย
หนาว.. กรคิดได้แค่นั้น
 
 
หลุบตาพ่นเอาไอออกมาเป็นควัน มองดูผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมาในเวลาเย็นของเมือง
ต่างคนต่างใช้ชีวิตตามวิถีของตัวเองไป ทำในสิ่งที่ตนคิดว่าทำแล้วดีต่อตัวเองและคนที่เขารัก
 

ทุกคน.. ต่างมีความประสงค์เดียวกัน..
คือมีชีวิตที่มีความสุข แล้วแต่ว่าความสุขของแต่ละคนนั้นขึ้นอยู่กับสิ่งใด

 
ความสุขของจิตรกรนั้นเรียบง่าย อบอุ่น ใจดี และเพียงพอสำหรับเขา
แต่ความคิดไร้สาระ.. การยึดติดกับอดีต.. และความเห็นแก่ตัว.. ของตัวเองกำลังทำให้เขามองไม่เห็น

 
 
 
 
มัวแต่เดินก้มหน้าก้มตาคิดเลยเพิ่งมาสังเกตว่าแว่นตาของตนขึ้นฝ้าจึงถอดเอามาเช็ดกับปลายเสื้อเชิ้ต ถอนหายใจออกมาเป็นควันเล็กน้อย ก่อนจะยกแว่นขึ้นมาสวมกลับเข้าที่ด้วยภาพที่ชัดขึ้น..

 
 
 
 
และเขาก็เห็นความสุขอยู่ตรงหน้า
 
 
 
 
 
 
"ชาร์ลี?"

 
 
 
 
กรมุ่นคิ้วสงสัย ยิ้ม ๆ มองซ้ายขวา เดินเข้าไปหาชาร์ลีที่กำลังจัดของบนตะกร้าจักรยาน กรเดาเอาเองว่าชาร์ลีคงเพิ่งกลับมาจากตลาด
 
 
"คุณกร?" ชาร์ลีหันมาตามเสียงเรียก สีหน้าดูแปลกใจ "ส.. สวัสดีครับ" ชาร์ลียิ้มให้ ทุกอย่างดูปกติ
 
แต่กรกลับรู้สึกแปลกๆ
 
ขมวดคิ้วมุ่น เดินเข้าไปคว้ามืออีกฝ่ายเหมือนเด็กเอาแต่ใจ "มากับฉันหน่อย" ชาร์ลีมุ่นคิ้วสงสัย แต่ไม่ได้ถามอะไร


 
 
 
 
---------------------------------


 
 
 
"ความสุข.. ของนายคืออะไร?"
 
 
 
 
กรเอ่ย หลังจากที่พาอีกฝ่ายเดินมาที่ท่าเรือ ที่ทะล..
เขาไม่ชอบอยู่ใกล้มัน..  มีอดีตไม่ดีมาก่อน..
เหมือนกับว่าเขารู้สึกได้ถึงอดีตอันเลวร้ายและความโง่ของตนลอยปะปนมากับกลิ่นคาวนั่น
 
 
 
"ไม่ต้องตอบตอนนี้.. " กรพูดเสริม เลิกคิ้ว ยิ้มให้ ขณะที่ชาร์ลีกำลังอ้ำอึ้ง หันหลังเดินไปจนจะสุดท่าเรือ 
 
 
 
 
 
ลมทะเลทำให้ชาร์ลีรู้สึกหนาว ถึงจะมีผ้าพันคอและเสื้อคลุม แต่กรกลับไม่มีอะไรที่ต่างไปจากตอนหน้าร้อน "คุณกร.. ผม.." ชาร์ลีเดินตามไป ถอดผ้าพันคอออก เพื่อที่จะให้คนรัก

 
 
"นาย" กรหันมา พูดสั้น ๆ ทำให้อีกฝ่ายชะงักมือไปอย่างสงสัย
 
"..ครับ?" ชาร์ลีตอบรับ ยื่นผ้าพันคอให้กร
 
"นาย.." กรซ้ำคำไปอีก แล้วหัวเราะนิด ๆ ก่อนจะรับผ้าพันคอนั่นมา แล้วพันกลับคืนไปที่คอของอีกฝ่าย
 
 
 
 
 
 
"นาย.. คือความสุขของฉัน"
 
 
 
 
 
 
กรประหม่า กับคำพูดเสี่ยว ๆ นั่น ถึงเขาจะรู้สึกอย่างนั้นจริง ๆ เขารู้เรื่องนี้มานานแล้ว 
 
"ฉันไม่รู้ว่านายกำลังกลัว.. หรือคิดอะไรอยู่" กรรีบเสริมก่อนชาร์ลีจะทันพูดอะไร กลบความประหม่านั่น ยกนิ้วขึ้นเกาคิ้ว มืออีกข้างหยิบกล่องของขวัญนั่นออกมา
 
"แต่ว่าเวลาอยู่กับฉันช่วยอย่ากลัวที่จะเป็นตัวของตัวเอง เพื่อให้ตัวนายเองมีความสุข" หันไปด้านข้างแล้วหัวเราะออกมาเล็กน้อย "ฉันจะได้มีความสุขด้วย" 
 
 
 
 
ความรู้สึกหลายอย่างเกิดขึ้นกับชาร์ลี กรสังเกตได้..  
 
"ผม.." ชาร์ลีเอ่ยปากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ก็ต้องเบิกตากว้างเมื่อกรเขวี้ยงกล่องของขวัญที่ตนเป็นคนให้นั่นลงทะเลไปอย่างไม่ใยดี
 
 
 
 
 
ชาร์ลีนิ่งไป.. "คุณกร... ?" มุ่นคิ้วมองแผ่นหลังอีกฝ่ายอย่างไม่เข้าใจ 
กรกลับหัวเราะ นั่นยิ่งทำให้ชาร์ลีรู้สึกสับสน 
 
 
 
"กล่องนั่น.. " กรหันกลับมา "ไม่จำเป็นต้องใช้แล้วล่ะ.." ในมือถือแหวนไว้วงหนึ่ง กรตั้งใจที่จะใส่แล้วไม่ถอดมันอีก ยื่นแหวนให้ชาร์ลี หลุบตาเหมือนคิดอะไรนิดหน่อย ก่อนจะเลื่อนขึ้นไปสบตา

 
 
 
 
"ใส่ให้ฉันได้ไหม? .. "
 
 
 
 


---------------------------------------------

 
 
...

กล่องของขวัญใบเล็ก ๆ ลอยอยู่ในทะเล 
 
ที่มีกลิ่นของอดีตและความโง่ของผู้ได้รับ

 
 
ลมทะเลกับคลื่นที่ซัดแรงนั้น พามันลอยออกไปไกลขึ้นเรื่อย ๆ
 
เขาจะไม่นำมันกลับมาอีก..

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
-------------------------------------------------------
 
ฉันไม่มีอะไรจะพูด o<-< 
นอกจาก ขอโทษพี่โ๋ด๋ยยย oTL /คือมันนานมากก
 
 
/วิงหนีทุกคนไปอย่างไร้สติ o<-<